“กระทิงดุ” ม้ามืดยูโร
ซึ่งทั้งสองกลุ่มนี้ก็ถือว่ายังมีลุ้นเข้ารอบกันเกือบทุกทีม โดยเฉพาะกลุ่มอี ทั้ง 4 ทีม มี 3 แต้มเท่ากันหมด มีโอกาสที่จะพลิกเข้ารอบได้ทั้งหมด เรียกได้ว่าใครพลาดท่าก็มีโอกาสร่วงแทบจะทันที ส่วนกลุ่มเอฟมีโปรตุเกสรายเดียวที่ลิ่วเข้ารอบ 16 ทีม ที่เหลือยังมีลุ้น
เท่านั้นยังไม่พอ หลังจบเกมวันนี้ก็จะรู้ว่าทีมอันดับ 3 ที่ดีที่สุดทั้ง 4 ทีมจะมีใครเข้ารอบ เรียกได้ว่าอันดับ 3 ของกลุ่มอีและเอฟนั้นจะกุมชะตาของอันดับ 3 อีก 4 ทีมที่เหลืออีกด้วย
ส่วนสถานการณ์ในรอบ 16 ทีมในตอนนี้ มี 4 ทีมที่ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมมาแล้ว ประกอบด้วย “อินทรีเหล็ก” เยอรมนี เจ้าภาพ (แชมป์กลุ่มเอ), สวิตเซอร์แลนด์ (รองแชมป์กลุ่มเอ), “กระทิงดุ” สเปน (แชมป์กลุ่มบี), “อัซซูรี” อิตาลี (รองแชมป์กลุ่มบี) และ “ฝอยทอง” โปรตุเกส (แชมป์กลุ่มเอฟ) ขณะที่อังกฤษ, ฝรั่งเศส และเนเธอร์แลนด์ เข้ารอบแน่นอนแล้ว หลังจากอิตาลีเสมอโครเอเชีย 1-1 ในเกมนัดสุดท้ายกลุ่มบี
สถานการณ์ในตอนนี้บอกได้เลยหลายทีมเริ่มคิดแล้วว่าควรจะเล่นแบบไหนเพื่อเข้ารอบในอันดับใดดี เพราะตอนนี้ในสายบน มีแต่ของแข็งรออยู่ ไม่ว่าจะเป็นสเปน, เยอรมนี และโปรตุเกส หากใครโคจรมาอยู่ในสายบนอีกบอกเลยว่าเหนื่อยแน่นอน
เมื่อเห็นสายบนแล้วเหนื่อยแทน “อินทรีเหล็ก” และ “กระทิงดุ” ที่หวังจะคว้าแชมป์ยูโร 2024 ในครั้งนี้ให้ได้
เพราะทั้งคู่มีโอกาสในรอบ 8 ทีม จะต้องมีทีมใดทีมหนึ่งอกหักจอดป้ายเพียงแค่รอบ 8 ทีมเท่านั้น เท่านั้นยังไม่พอหากหลุดไปในรอบตัดเชือกอาจจะเจอโปรตุเกสที่อาจจะทะลุเข้ามาเจอได้
ส่วนสายล่างตอนนี้ชัดเจนแค่สวิตเซอร์แลนด์ เจอกับอิตาลี ซึ่งอีก 6 ทีมที่เหลือต้องลุ้นกันต่อไป ถ้าแบบไม่พลิกโผน่าจะเป็นอังกฤษกับเนเธอร์แลนด์ ที่จะหล่นมาอยู่สายล่าง
เรียกได้ว่าการคว้าแชมป์ยูโร 2024 ในปีนี้ไม่ง่ายแน่นอน เพราะแต่ละทีมถือว่าแกร่งมากเลยทีเดียว
สำหรับเต็งแชมป์ยูโร 2024 “มะระหวาน” ตอนแรกมองว่าคงไม่พ้นอังกฤษและฝรั่งเศส เพราะขุมกำลังโดยรวมถือว่าแข็งแกร่งพอตัว แต่จากฟอร์มการเล่นของทั้งสองทีมตอนนี้ก็บอกได้เลยว่าเหนื่อยจริงๆ
ตอนนี้หลังจาก “มะระหวาน” เห็นฟอร์มลูกทีมของหลุยส์ เด ลา ฟวนเต ที่โชว์ฝีเท้าใน 3 เกม ล่าสุดชนะรวด 100 เปอร์เซ็นต์เต็ม แถมยังไม่เสียประตูอีกด้วย บอกได้เลยว่าทัพ “ลา โรฆา” ชั่วโมงนี้ค่อนข้างจัดจ้าน โดยเฉพาะการประสานงานกันระหว่างดาวรุ่งและแข้งมากประสบการณ์ได้อย่างลงตัวเลยทีเดียว
โดยเฉพาะแข้งยังเติร์กอย่างลามีน ยามาล, นิโก วิลเลียมส์ และเปดรี ที่โชว์ฟอร์มได้อย่างแข็งแกร่งและโชว์ลีลาได้อย่างวูบวาบพอสมควร เมื่อมารวมกับแข้งเก๋าเกมอย่างโรดรี, อัลวาโร โมราตา, ฟาเบียน รุยซ์, เฟร์ราน ตอร์เรส ถือว่าลงตัวพอดี
แถมอีกจุดเด่นหนึ่งของทีมชุดนี้ก็คือ แนวรับไม่ว่าจะเป็นดานี การ์บาฆัล, นาโช เฟร์นานเดซ, โรบิน เล นอร์มองด์ และมาร์ค กูกูเรญา ที่เล่นได้อย่างแข็งแกร่งจริงๆ
มาตอนนี้แสงสปอตไลต์ได้ส่องมาจับจ้องที่ “กระทิงดุ” แบบเต็มที่ จากทีมที่ไม่ได้ถูกจับตามองตั้งแต่แรกกลับกลายเป็นม้ามืดที่เปล่งแสงและจากฟอร์มแบบนี้
ก็มีโอกาสสูงที่สเปนจะเป็นม้ามืดก้าวไปถึงแชมป์ยูโร 2024 ได้เช่นกัน!!
ขอบคุณแหล่งข่าวจาก thairathsport
โพสต์ฮอต
-
พรีวิวฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก: ลิเวอร์พูล vs แอตเลติโก้ มาดริด -
พรีวิวฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก: เรอัล มาดริด vs อินเตอร์ มิลาน -
พรีวิวฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก: แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด vs ซาบาห์ บาคู -
พรีวิวฟุตบอล ลาลิกา: เอลเช่ vs เรอัล โซเซียดาด -
พรีวิวฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก: เอฟซี ปอร์โต้ vs แมนเชสเตอร์ ซิตี้ -
พรีวิวฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก: ปารีส แซงต์ แชร์กแมง vs สโลวาน บราติสลาวา



