คุนญ่าชี้กระแสกดดันทำแท็คติกอโมริมพังที่ผี
อโมริมย้ายมาคุมยูไนเต็ดพร้อมผลงานโดดเด่นจากระบบ 3-4-2-1 แต่เมื่อใช้ในพรีเมียร์ลีกกลับไม่เวิร์กอย่างที่หวัง รวมถึงการยืนกรานใช้ระบบเดิมที่ทำให้ถูกวิจารณ์อย่างหนัก แม้กระทั่งหลังเคยลองเปลี่ยนมาใช้ 4-2-3-1 แล้วพาทีมชนะนิวคาสเซิลได้ในช่วงบ็อกซิงเดย์ ก่อนจะหวนกลับไปใช้ 3-4-2-1 ในเกมพบวูล์ฟส์และพลาดเก็บสามแต้ม ทำให้ความสัมพันธ์กับฝ่ายบริหารยิ่งตึงเครียดมากขึ้น
คุนญ่า ซึ่งย้ายเข้ามาในช่วงซัมเมอร์เพื่อเป็นชิ้นส่วนสำคัญในระบบของอโมริม ยืนยันว่ายูไนเต็ดยังมีรูปแบบการเล่นและการจัดระเบียบเกมรับที่ใกล้เคียงกับ 3-4-2-1 อยู่ เพียงแต่เมื่อไม่มีสื่อจับจ้องเรื่องตัวเลขแผนการเล่น แฟนบอลและนักวิเคราะห์ก็ไม่ได้มองว่านั่นคือ “แท็คติกของอโมริม” เขาย้ำว่าทีมมีวิธีการโจมตีหลายรูปแบบ แต่เมื่อต้องถอยมาตั้งรับก็กลับไปยืนในโครงสร้างที่หลายคนคุ้นตาว่าเป็นระบบของกุนซือโปรตุเกส
ในปัจจุบัน ยูไนเต็ดกำลังกลับมาทำผลงานยอดเยี่ยมภายใต้การคุมทีมของกุนซือชั่วคราว ไมเคิล คาร์ริค เก็บชัยชนะ 4 นัด เสมอ 1 นัดจาก 5 เกมหลังสุดในพรีเมียร์ลีก พร้อมคว้าชัยเหนือทั้งอาร์เซนอลและแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ส่งทีมขึ้นมารั้งท็อปโฟร์ของตาราง และปลุกบรรยากาศเชิงบวกกลับมาที่โอลด์ แทรฟฟอร์ดอีกครั้ง
แม้ฟอร์มในยุคคาร์ริคจะร้อนแรง คุนญ่าย้ำว่าอโมริมมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งกับความสำเร็จในตอนนี้ โดยเฉพาะในตลาดซื้อขายที่ผ่านมา ซึ่งเขาเป็นคนผลักดันการดึงตัวแข้งแกนหลักอย่าง ไบรอัน เอ็มเบวโม, เบนจามิน เซสโก้ และตัวคุนญ่าเอง รวมถึงดีลอื่นอย่าง ไอเดน เฮเวน, แพทริค ดอร์กู, ดีเอโก เลออน และเซนน่า ลัมเมนส์ ด้วยเม็ดเงินมหาศาลที่สโมสรลงทุนสร้างทีมชุดนี้
นอกจากเรื่องในสนามแล้ว อโมริมยังได้รับเครดิตเรื่องการยกระดับวัฒนธรรมในห้องแต่งตัว หลังจากยูไนเต็ดเคยถูกวิจารณ์ว่ามีบรรยากาศเป็นพิษช่วงปลายยุคโอเล กุนนาร์ โซลชาร์ และระหว่างที่ ราล์ฟ รังนิค เข้ามาขัดตาทัพ โดยอโมริมกล้าตัดสินใจครั้งใหญ่ในการปล่อยตัว มาร์คัส แรชฟอร์ด และอเลฮานโดร การ์นาโช ในซัมเมอร์ที่ผ่านมา เพื่อสร้างขุมกำลังที่สอดคล้องกับแนวคิดเรื่องมาตรฐานและความเป็นมืออาชีพของเขา
คุนญ่าระบุว่านักเตะกลุ่มปัจจุบันมีความผูกพันกับอโมริมอย่างมาก และยังคงให้การสนับสนุนเขาแม้ผลงานในสนามจะย่ำแย่ในช่วงท้ายยุคของเจ้าตัว ซึ่งการเปลี่ยนแปลงด้านทัศนคติและโครงสร้างทีมที่อโมริมวางรากฐานไว้ กำลังกลายเป็นสิ่งที่คาร์ริคได้รับประโยชน์เต็มๆ ในการพายูไนเต็ดกลับมาลุ้นพื้นที่ท็อปโฟร์ในฤดูกาลนี้
โพสต์ฮอต
-
พรีวิวฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ: แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด vs อิปสวิช ทาวน์ -
พรีวิวฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ: ลิเวอร์พูล vs น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ -
พรีวิวฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ: คริสตัล พาเลซ vs แมนเชสเตอร์ ซิตี้ -
เอ็มบัปเป้แฮตทริก! ราชันชุดขาวถล่มโซเซียดาด 4-1 เก็บชัย 2 นัดรวดศึกลาลีกา -
สกายฟันธง! BIG6 กวาดชัยยกก๊วน "หงส์" เก็บคลีนชีทป่า, "ไก่-ผี-ปืน" พาเหรดชนะ 2-1 -
พรีวิวฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ: เชลซี vs ไบรท์ตัน โฮฟ อัลเบี้ยน



