Mobile
APP
 
 

Thscore> ข่าวฟุตบอล> ข่าวฮอต> ยามาล,เอ็มบัปเป้

ยามาล ชน เอ็มบัปเป้ ศึกชิงบัลลงดอร์เดือดโค้งสุดท้าย

ยามาล ชน เอ็มบัปเป้ ศึกชิงบัลลงดอร์เดือดโค้งสุดท้าย
การขับเคี่ยวแย่งชิงรางวัลเกียรติยศสูงสุดของวงการฟุตบอลอย่าง บัลลงดอร์ ประจำฤดูกาล 2025-26 ทวีความดุเดือดขึ้นอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน เมื่อสองดาวเตะซูเปอร์สตาร์แห่งยุคอย่าง คิเลียน เอ็มบัปเป้ ดาวยิงกัปตันทีมชาติฝรั่งเศสของ เรอัล มาดริด และ ลามีน ยามาล แนวรุกวันเดอร์คิดทีมชาติสเปนจาก บาร์เซโลน่า เดินหน้าเปิดฉากหาเสียงชิงคะแนนโหวตกันอย่างเปิดเผยราวกับการเลือกตั้งทางการเมือง ก่อนที่พิธีมอบรางวัลอันทรงเกียรตินี้จะจัดขึ้นอย่างเป็นทางการ ณ กรุงลอนดอน ในวันที่ 26 ตุลาคมนี้ ท่ามกลางการจับตามองของแฟนบอลทั่วโลก

หากเจาะลึกที่ผลงานและสถิติส่วนบุคคล เอ็มบัปเป้ สร้างผลงานระเบิดตาข่ายอย่างถล่มทลายในฤดูกาลที่ผ่านมา โดยครองตำแหน่งดาวซัลโวสูงสุดทั้งใน ลาลิกา ด้วยจำนวน 25 ประตู และ ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก 15 ประตู ยิ่งไปกว่านั้นในศึกฟุตบอลโลกที่อเมริกาเหนือ เจ้าตัวยังซัดไปถึง 10 ประตู ส่งผลให้ยอดรวมประตูในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายพุ่งขึ้นเป็น 22 ประตู ผงาดขึ้นเป็นดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของทัวร์นาเมนต์ ปิดฉากฤดูกาลด้วยผลงาน 58 ประตูกับอีก 13 แอสซิสต์ รวมมีส่วนร่วมถึง 71 ประตูจากการลงสนาม 60 นัด ขณะที่ ยามาล แม้จะทำไป 25 ประตูรวมทุกรายการ ทว่าสถิติการสร้างสรรค์เกมกลับโดดเด่นเหนือกว่าอย่างชัดเจน ด้วยการทำ 20 แอสซิสต์ และเป็นนักเตะที่สร้างโอกาสยิงประตูได้มากที่สุดใน 5 ลีกใหญ่ยุโรป รวมมีส่วนร่วมกับประตู 45 ลูกจาก 57 นัด

ด้านทัศนะและการเคลื่อนไหวของทั้งสองฝ่าย เอ็มบัปเป้ ได้ให้สัมภาษณ์เปิดใจกับ ฟร้องซ์ ฟุตบอล โดยนิยามผลงานของตนเองในรอบปีที่ผ่านมาว่ายอดเยี่ยมจนแทบหยุดหายใจ พร้อมเรียกร้องให้ผู้ลงคะแนนพิจารณาจากความเป็นเลิศและผลงานส่วนตัวของนักเตะมากกว่าการวัดกันที่จำนวนถ้วยรางวัล ขณะที่ ยามาล เจ้าของตำแหน่งรองชนะเลิศเมื่อปีก่อน ได้เปิดเผยกับ โมบิสตาร์ พลัส อย่างมั่นใจว่าตนสมควรได้รับรางวัลนี้ โดยระบุว่าตนและเอ็มบัปเป้คือสองนักเตะที่ดีที่สุดในโลกเวลานี้ และใครก็ตามที่ได้รับชมเกมการแข่งขันต่างรู้ซึ้งถึงความจริงข้อนี้เป็นอย่างดี

ในแง่ของความสำเร็จกับต้นสังกัด เรอัล มาดริด จบฤดูกาลแบบมือเปล่าไร้ถ้วยแชมป์ ส่วนในฟุตบอลโลก ทีมชาติฝรั่งเศสก็ต้องยุติเส้นทางไว้ที่รอบรองชนะเลิศด้วยน้ำมือของทีมชาติสเปน ซึ่งหาก เอ็มบัปเป้ คว้าบัลลงดอร์ได้สำเร็จ เขาจะเป็นผู้เล่นคนแรกนับตั้งแต่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ในปี 2013 ที่ซิวรางวัลนี้โดยไม่ได้แชมป์ระดับสโมสรหรือทีมชาติในปีเดียวกัน ตรงกันข้ามกับ ยามาล ที่คว้าทั้งแชมป์ ลาลิกา แชมป์ ซูเปร์โกปา เด เอสปันญ่า และคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของ ลาลิกา รวมถึงเป็นหัวใจสำคัญพาทัพกระทิงดุโลดแล่นในฟุตบอลโลก สอดคล้องกับมุมมองของ โชเซ่ มูรินโญ่ ที่สะท้อนว่ารางวัลนี้ควรคู่กับผู้เล่นที่มอบอิทธิพลสูงสุดและทำให้ผู้คนคิดถึงตลอดไปเมื่อแขวนสตั๊ด
Copyright © 2026 Powered By Thscore All Rights Reserved.